การเริ่มต้นใหม่ ความหวัง และการเติบโตทางจิตวิญญาณ
ในสมณสาส์นฉบับล่าสุด ลงวันที่ 27 ตุลาคม ค.ศ. 2025 เรื่อง “การร่างแผนที่แห่งความหวังบทใหม่” (Drawing New Maps of Hope) สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ตรัสว่า “ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ของเอกสาร Gravissimum educationis (สภาสังคายนาวาติกันที่ 2) พระศาสนจักรได้เฉลิมฉลองประวัติศาสตร์อันอุดมผลของการศึกษา พร้อมกันนั้นก็ต้องเผชิญกับความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับปรุงพันธกิจด้านการศึกษาให้สอดคล้องกับเครื่องหมายแห่งกาลเวลา … สภาสังคายนาวาติกันที่สองได้เตือนพระศาสนจักรว่าการศึกษาไม่ใช่กิจกรรมรอง หากแต่เป็นเนื้อแท้ของการประกาศข่าวดี กล่าวคือ เป็นหนทางที่เป็นรูปธรรมที่พระวรสารได้กลายเป็นการกระทำทางการศึกษา เป็นความสัมพันธ์ และเป็นวัฒนธรรม” (1.1)
พระองค์ตรัสต่อไปว่า “เมื่อชุมชนการศึกษาเปิดใจให้พระวาจาของพระคริสต์เป็นผู้นำ พวกเขาจะไม่ถอยหลัง แต่กลับได้รับการฟื้นฟู พวกเขาไม่สร้างกำแพง แต่สร้างสะพาน พวกเขาตอบสนองด้วยความคิดสร้างสรรค์ เปิดโอกาสใหม่ ๆ ในการถ่ายทอดความรู้และความหมายในโรงเรียน มหาวิทยาลัย การฝึกอบรมวิชาชีพและพลเมือง งานอภิบาลด้านการศึกษาและเยาวชน ตลอดจนงานวิจัย เพราะพระวรสารไม่เคยเก่า แต่ทรงทำให้ ‘ทุกสิ่งใหม่’ (วว 21:5)” (1.1)
“เมื่อเผชิญกับเด็กหลายล้านคนทั่วโลกที่ยังไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน เราจะเพิกเฉยได้อย่างไร? เมื่อเผชิญกับวิกฤตทางการศึกษาอันรุนแรงซึ่งเกิดจากสงคราม การอพยพ ความเหลื่อมล้ำ และความยากจนในหลากหลายรูปแบบ เราจะไม่รู้สึกถึงความเร่งด่วนในการฟื้นฟูพันธกิจของเราได้อย่างไร? … การศึกษา ดังที่ข้าพเจ้าได้ย้ำไว้ในสมณสาส์นเตือนใจ Dilexi te (4 ตุลาคม 2025 ข้อ 68) ว่า ‘เป็นหนึ่งในรูปแบบสูงสุดของความรักแบบคริสตชน โลกต้องการความหวังในรูปแบบนี้’” (1.3)
ในประเทศไทย เรามีพันธกิจด้านการศึกษาในหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ งานอภิบาลนักศึกษาที่บ้านเซเวียร์ โครงการผู้นำฝ่ายจิตตาภิบาล งานด้านการอบรมและการแนะนำชีวิตฝ่ายจิต รวมถึงการสอนที่วิทยาลัยแสงธรรม สวนเจ็ดริน ซึ่งเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมและศูนย์นักศึกษาคาทอลิกภาคเหนือ ชุมชนการเรียนรู้เซเวียร์ และโรงเรียนสองแห่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งได้รับการสนับสนุนโดย JRS ประเทศไทย พันธกิจด้านการศึกษาเหล่านี้ยังคงมีความสำคัญและสอดคล้องกับยุคสมัยในปัจจุบัน
สมเด็จพระสันตะปาปาทรงปิดท้ายสมณสาส์นด้วยการทรงหนุนใจให้เรายังคงซื่อสัตย์ต่อพันธกิจอันสำคัญยิ่งนี้ว่า “ข้าพเจ้าขอมอบการเดินทางนี้ไว้กับพระนางมารีย์พรหมจารี Sedes Sapientiae (พระบัลลังก์แห่งปรีชาญาณ) และบรรดานักการศึกษาผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอเรียกร้องต่อบรรดาศิษยาภิบาล นักบวชชายหญิง ฆราวาส ผู้รับผิดชอบสถาบัน ครู และนักเรียนทุกคน: จงเป็นผู้รับใช้โลกแห่งการศึกษา เป็นผู้ออกแบบท่ารำแห่งความหวัง เป็นผู้แสวงหาปรีชาญาณอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย และเป็นผู้สร้างสรรค์การแสดงออกแห่งความงดงามอย่างน่าเชื่อถือ” (11.3)

คุณพ่อมิเกล เอสเจ









