ในฐานะคนที่รักการเรียนรู้ภาษาและภาษาศาสตร์ ผมมีความสุขอย่างยิ่งในการสำรวจรากศัพท์และที่มาของคำต่าง ๆ คำสำคัญของวันนี้คือ “ความนบนอบเชื่อฟัง” (obedience) คำนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการทำหรือปฏิบัติตามสิ่งที่นายหรือผู้นำสั่งเท่านั้น แต่มีรากมาจากภาษาละติน oboedire (“การฟัง การรับฟัง”) ซึ่งมาจาก ob- (“ไปสู่”) และ audire (“การได้ยิน”) ในภาษาอังกฤษยุคกลาง คำนี้หมายถึง “ความเต็มใจที่จะรับใช้” หรือ “การทำหน้าที่ให้สำเร็จตามพันธะ” และราวปี ค.ศ. 1200 ก็ได้พัฒนาไปหมายถึง “การปฏิบัติหรือคุณธรรมแห่งการยอมจำนนต่ออำนาจที่สูงกว่า” (Harper, n.d.)
สำหรับคณะเยสุอิต ความนบนอบเชื่อฟังคือหัวใจของทุกสิ่ง มิใช่การอยู่นิ่งเฉย แต่คือความพร้อมที่จะถูกส่งไปและตอบสนอง ตั้งแต่สมัยของนักบุญอิกญาซีโอแห่งโลโยลา เยสุอิตได้ให้คำมั่นว่าจะติดตามพระประสงค์ของพระเจ้า ผ่านทางอธิการ และในคำปฏิญาณพิเศษข้อที่สี่ ผ่านทางพระสันตะปาปาเพื่อพันธกิจ ความมุ่งมั่นนี้ก่อรูปขึ้นตลอดระยะเวลาหลายปี เริ่มจากสองปีในช่วงนวกภาพ (novitiate) ตามด้วยคำปฏิญาณความยากจน ความบริสุทธิ์ และความนบนอบเชื่อฟัง หลังจากการอบรมและการปฏิบัติพันธกิจอย่างยาวนาน เยสุอิตจะเข้าสู่ช่วงเทอร์เชียนชิป (tertianate) ซึ่งเป็นระยะสุดท้าย และเมื่อผ่านการพินิจไตร่ตรองและได้รับการอนุมัติแล้ว จึงจะให้คำปฏิญาณขั้นสุดท้าย คือคำสัญญาเคร่งครัดสามประการ และสำหรับบางคน คำปฏิญาณข้อที่สี่ — ความพร้อมอย่างสุดขั้วที่จะไปยังที่ใดก็ได้ เพื่อพันธกิจใด ๆ เมื่อได้รับการเรียก (JCAP, 2017)
ในวันจันทร์ปัสกา วันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 2026 ณ วัดน้อยพระจิตเจ้า สวนเจ็ดริน ศูนย์การปฏิบัติจิต จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย ได้มีเหตุการณ์พิเศษเกิดขึ้น คุณพ่อมนาสันต์ วงษ์วาร, SJ หรือที่รู้จักกันในนาม “คุณพ่อยอด” ได้คุกเข่าต่อหน้าคุณพ่อมิเกล กาไรซาบาล, SJ อธิการแขวงคณะเยสุอิตในประเทศไทย และประกาศคำปฏิญาณขั้นสุดท้ายในคณะเยสุอิต นี่คือความนบนอบเชื่อฟังของมนุษย์ผู้มีอิสรภาพ ผู้ซึ่งได้ฟังอย่างลึกซึ้งเกือบ 26 ปีในคณะเยสุอิต ได้พินิจไตร่ตรองทั้งด้วยสติปัญญาและหัวใจ และในที่สุดได้กล่าวด้วยความวางใจและความรักในพระเจ้า ว่า “ผมอยู่ที่นี่ โปรดส่งผมไปเถิด”

ในช่วงนวกภาพ การจาริกแสวงบุญเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่มีความหมายอย่างยิ่ง ซึ่งนำคุณพ่อยอดไปสู่การเปลี่ยนแปลงและความไว้วางใจในพระเจ้าที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น (ตามที่คุณพ่อยอดได้แบ่งปัน) ในการอบรมของเยสุอิต การจาริกแสวงบุญเป็นประสบการณ์ฝ่ายจิตที่สำคัญ ซึ่งนวกชนจะถูกส่งออกเดินทางโดยมีเงินเพียงเล็กน้อยและไม่มีหลักประกันใด ๆ ต้องพึ่งพาพระญาณเอื้ออาทรของพระเจ้าและความเมตตาของผู้อื่น สิ่งนี้ทำให้เขาเริ่มเรียนรู้ที่จะไว้วางใจในตนเอง และค่อย ๆ ไว้วางใจในความรักและพระญาณเอื้ออาทรของพระเจ้าในชีวิตของเขา ผมเชื่อว่านี่คือรากฐานของความนบนอบเชื่อฟังอย่างแท้จริง เมื่อใครก็ตามวางใจในพระเจ้า เขาจะไม่กลัวที่จะฟังและติดตาม หรือที่จะกล่าวว่า “ใช่” แม้ต่อการเรียกที่ยากลำบาก เปรียบเสมือนการกระโดดบันจี้จัมพ์ที่เรามั่นใจว่าอุปกรณ์ความปลอดภัยจะไม่ปล่อยให้เราตกถึงพื้น และความรักกับพระญาณเอื้ออาทรของพระเจ้านั้นยิ่งใหญ่กว่านั้นเสียอีก
นี่คือแบบอย่างอันงดงามของ ob-audire — การฟังที่ไม่สิ้นสุดลงด้วยการยอมจำนนอย่างสิ้นหวัง แต่จบลงด้วยการมอบตนเอง เป็นชีวิตที่ถวายด้วยมือที่เปิดกว้าง เป็นความรักที่เติบโตเต็มที่พอจะก้าวตาม แม้มองไม่เห็นเส้นทางทั้งหมดเบื้องหน้า เพราะวางใจในพระองค์ผู้ทรงวางเส้นทางนั้นไว้แล้ว
เขียนโดย บร.กาย SJ









