แนวทางของเยสุอิต

LaStorta

แต่ละกลุ่มคณะในพระศาสนจักรมีจิตตารมณ์และแนวทางการเป็นประจักษ์พยานในพระเจ้าที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันไป
สำหรับคณะเยสุอิตแล้ บทความวิถีทางของเยสุอิต ดูเหมือนจะเป็นบทสรุปทันสมัยที่สามารถแสดงออกได้อย่างดีที่สุด
เอกสารเล่มนี้มาจากการประชุมสมัชชาใหญ่ครั้งที่ 34 ของคณะแห่งพระเยซูเจ้า (ค.ศ. 1995)
ประกอบด้วยแนวคิด คุณค่า และรูปแบบของการปฎิบัติซึ่งควรเป็นคุณสมบัติการดำเนินชีวิตของเยสุอิตทุกคน

 

ลักษณะเฉพาะของแนวทางการดำเนินชีวิตของเรา

 

ทัศนคติ ค่านิยม และรูปแบบพฤติกรรมบางประการ รวมกันเป็นลักษณะเฉพาะวิถีทางของเยสุอิต ลักษณะเฉพาะวิถีทางของเรานี้เกิดขึ้นในชีวิตของท่านนักบุญอิกญาซีโอและสหายรุ่นแรกของท่านเอง คุณพ่อเจโรม นาดัล [เยสุอิตรุ่นแรก ร่วมสมัยนักบุญอิกญาซีโอ] บันทึกไว้ว่า “รูปแบบของคณะฯ มีอยู่ในชีวิตของท่านอิกญาซีโอเอง พระเป็นเจ้าทรงให้ท่านเป็นแบบอย่างที่มีชีวิตสำหรับวิถีทางของเรา”
.....ในปัจจุบันนี้ เราจำเป็นจะต้องปฏิบัติลักษณะเฉพาะอะไรเป็นพิเศษบ้าง.....
 
 

1. ความรักอันลึกซึ้งส่วนตัวต่อพระเยซูคริสตเจ้า

      ท่านนักบุญอิกญาซีโอเป็นบุคคลแรก และเยสุอิตแต่ละคน เคยสวดภาวนาต่อ “พระคริสตเจ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย ผู้ทรงถูกตรึงอยู่บนกางเขนต่อหน้าข้าพเจ้า” ด้วยความเวทนา ความกตัญญู และความพิศวง และเหนืออื่นใดด้วยความรักสุดหัวใจนั้น และได้ถามตัวเองว่า “ข้าพเจ้าได้ทำอะไรเพื่อพระคริสต์บ้าง ข้าพเจ้ากำลังทำอะไรเพื่อพระองค์อยู่ในขณะนี้ และข้าพเจ้าจะต้องทำอะไรเพื่อพระองค์อีก” [การปฏิบัติจิตของนักบุญอิกญาซีโอ] คำถามที่มาจากหัวใจเหล่านี้ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความกตัญญูและความรักอย่างลึกซึ้ง นี่เป็นพระหรรษทานพื้นฐานที่ผูกมัดเยสุอิตไว้กับพระเยซูเจ้า และผูกพันสมาชิกของคณะฯ เข้าด้วยกัน “การเป็นเยสุอิตในปัจจุบันนี้คืออะไร คือการรู้ว่าตนเป็นคนบาป แต่ก็ถูกเรียกมาให้เป็นเพื่อนร่วมงานของพระเยซูเจ้า เฉกเช่นเดียวกับที่ท่านนักบุญอิกญาซีโอเคยเป็น" [สมัชชาใหญ่ที่ 32 ของคณะเยสุอิต]

 

2. การพิศเพ่งภาวนาในชีวิตการงาน

       ดังนั้น การค้นพบและการร่วมมือกับองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงทำงานเพื่อนำสรรพสิ่งไปสู่ความสมบูรณ์พร้อม จึงเป็นกุญแจที่นำไปสู่วิถีทางการปฏิบัติตนของเยสุอิตนั่นเอง วิธีการจำแนกความดลใจของจิตด้วยการภาวนาแบบท่านนักบุญอิกญาซีโอ ซึ่งสามารถอธิบายว่าเป็น “การผสมผสานระหว่างประสบการณ์ การรำพึงไตร่ตรอง การตัดสินใจ และการลงมือปฏิบัติ ตามอุดมการณ์ของเยสุอิตซึ่งถือการเป็น 'คนพิศเพ่งภาวนา แม้ท่ามกลางการทำงาน' ” [สมัชชาใหญ่ที่ 32 ของคณะเยสุอิต]

 

3. องค์กรแพร่ธรรมในพระศาสนจักร

       เยสุอิตในปัจจุบันมารวมกันเพราะเราแต่ละคนได้ยินพระกระแสเรียกจากพระคริสตกษัตริย์   จากความสนิทสัมพันธ์กับพระคริสตเจ้า ความรักฉันพี่น้องจึงต้องหลั่งไหลออกมา เรามิได้เป็นแต่เพียงคนทำงานร่วมกันเท่านั้น แต่เป็นเพื่อนกันในองค์พระผู้เป็นเจ้า กลุ่มคณะที่เราเป็นสมาชิกอยู่นั้น เป็นองค์กรทั้งหมดของคณะฯ เอง ไม่ว่าจะกระจัดกระจายอยู่ตามส่วนต่างๆ ของโลกเท่าใดก็ตาม   แม้ว่าสมาชิกจะมาจากหลายๆ ประเทศ มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน และพูดหลายภาษาก็ตาม ความเป็นหนึ่งเดียวกันของเรา แทนที่จะถูกคุกคาม กลับจะอุดมมากยิ่งขึ้นเพราะความหลากหลายนี้การที่เราจะรับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระศาสนจักรซึ่งเป็นเจ้าสาวและประชากรของพระองค์นั้น เราจะสนิทสัมพันธ์กับสมเด็จพระสันตะปาปาเป็นพิเศษ เพื่อพระองค์จะได้ส่งเราไปทำงานแพร่ธรรมซึ่งพระองค์ท่านจะมอบหมายให้

 

4. สมานฉันท์กับผู้ที่มีความต้องการมากที่สุด

        ท่านนักบุญอิกญาซีโอและศิษย์ของท่าน เริ่มการเทศน์สอนด้วยความยากจน พวกเขาทำงานกับผู้มีอำนาจและผู้ที่ไร้อำนาจ กับเจ้าชาย กษัตริย์ และพระสังฆราช และสตรีตามท้องถนน และเหยื่อของโรคระบาด พวกเขาโยงภารกิจที่กระทำกับผู้ที่มีอำนาจกับการตอบสนองความต้องการของผู้ที่ไร้ซึ่งอำนาจ ในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าภารกิจของเราจะเป็นอะไรก็ตาม เราเยสุอิตแสดงสมานฉันท์กับคนยากจน ผู้ที่ถูกกีดกันออกจากสังคม และผู้ที่ไร้สิทธิ์ไร้เสียง ทั้งนี้เพื่อช่วยพวกเขาให้ร่วมส่วนในกระบวนการหล่อหลอมสังคมที่เราทุกคนดำเนินชีวิตและทำงาน

 

5. ความร่วมมือกันกับผู้อื่น

       ความร่วมมือกันและการทำงานด้วยกันกับผู้อื่นในงานอภิบาลนั้น … เป็นมิติที่จำเป็นของวิถีทางของเยสุอิตในยุคร่วมสมัยนี้ มิตินี้มีรากฐานจากการยอมรับว่า การตระเตรียมโลกที่ซับซ้อนและแตกแยกของเรานี้ เพื่อพระอาณาจักรของพระเป็นเจ้าที่กำลังมาถึงนั้น เรียกร้องพระพรที่หลากหลาย แนวคิดและประสบการณ์ ทั้งในระดับสากล และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ดังนั้น เยสุอิตจะร่วมมือกับฆราวาสทั้งหญิงและชายในพระศาสนจักร กับนักบวช พระสงฆ์ และพระสังฆราชของพระศาสนจักรท้องถิ่นในพื้นที่ที่เราทำงานอยู่ เราจะทำงานกับสมาชิกของศาสนาอื่นๆ และชายหญิงทั้งมวลที่มีน้ำใจดีด้วย

 

6. กระแสเรียกสู่งานอภิบาลที่ต้องอาศัยความรอบรู้เชี่ยวชาญ

        ภายในไม่นาน ท่านนักบุญอิกญาซีโอก็เริ่มเห็นความจำเป็นที่จะต้องศึกษาเล่าเรียน เพื่อจะได้ปฏิบัติรับใช้ตามความเชื่อ และกระทำงานอภิบาลเกี่ยวกับพระวาจาแล้ว ดังนั้น เยสุอิตจึงมีลักษณะเฉพาะ ที่จะผสมผสานความต้องการของท่านนักบุญอิกญาซีโอทั้งสองอย่างนี้เข้าด้วยกันอย่างสร้างสรรค์ คือ ใช้วิธีการทุกอย่างแบบมนุษย์ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ วิชาความรู้ คุณธรรมตามธรรมชาติ ในขณะที่ยังคงพึ่งความช่วยเหลือจากพระหรรษทานของพระเป็นเจ้าอย่างเต็มที่ ในสภาวะของการท้าทายที่ซับซ้อนและโอกาสในโลกร่วมสมัยของเรานั้น งานอภิบาลเรียกร้องการเรียนรู้ และสติปัญญา จินตนาการและไหวพริบ การศึกษาเล่าเรียนอย่างเข้มข้น และการวิเคราะห์อย่างเคร่งครัดเท่าที่เราสามารถจะรวบรวมได้  

 

7. ชายผู้ถูกส่ง ที่พร้อมเสมอสำหรับภารกิจใหม่ๆ

        ในการประกาศใช้พระธรรมนูญนั้น คุณพ่อนาดัล ตั้งคำถามว่า “ทำไมจึงต้องมีเยสุอิต?” และท่านก็ตอบเองแบบง่ายๆ ว่า ที่จริง พระพรพิเศษของเราซึ่งเป็นเหตุผลของเราในการดำรงอยู่ คือ การที่เราสามารถเดินทางไปยังพื้นที่ที่ยังไม่มีใครสนองตอบต่อความต้องการที่มีอยู่ วิถีทางการปฏิบัติของเรากระตุ้นความเคลื่อนไหวเช่นนี้ โดยเนื้อแท้แล้ว เยสุอิต คือผู้ที่ได้รับมอบหมายภารกิจ ซึ่งตนได้รับมอบหมายจากสมเด็จ พระสันตะปาปา และจากอธิการในคณะของตน แต่เหนือสุดคือการได้รับมอบหมายจาก พระเยซูคริสตเจ้าเอง ซึ่งเป็นผู้ที่พระบิดาเจ้าทรงส่งมา สมาชิกในคณะแห่งพระเยซูเจ้า ยังคง “พร้อมทุกเวลาที่จะออกเดินทางไปยังส่วนต่างๆ ของโลก ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปา หรืออธิการของตนเป็นผู้ส่งไป” [พระธรรมนูญของคณะแห่งพระเยซูเจ้า]

 

8. การเสาะแสวงหา “สิ่งที่ดียิ่งขึ้น” เสมอ

        การเสาะแสวงหา.“สิ่งที่ดียิ่งขึ้น”.นั้น มิได้เป็นเพียงหนึ่งในลักษณะเฉพาะของเยสุอิตเท่านั้น.แต่ซึมซาบลักษณะเฉพาะทั้งหมด.ทั้งชีวิตของท่านนักบุญอิกญาซีโอเป็นการแสวงบุญเพื่อจะแสวงหา “สิ่งที่ดียิ่งขึ้น” คือ เพื่อเทิดพระเกียรติมงคลของพระเป็นเจ้ามากยิ่งขึ้น การรับใช้เพื่อนมนุษย์ที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดความดีสากลมากยิ่งขึ้น และเพื่อวิธีการแพร่ธรรมที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น “ตามโลกทัศน์ของท่านนักบุญอิกญาซีโอนั้น ไม่ยึดลักษณะพื้นๆ ธรรมดาสามัญเลย” [คุณพ่อปีเตอร์-ฮันส์ คอลเวนบาค]

บทสรุป

       วิถีทางของเราคือวิถีทางแห่งการท้าทาย แต่ “วิถีทางการปฏิบัตินี้เป็นเหตุผลที่บุตรชายแต่ละคนของคณะฯ จะต้องปฏิบัติและตอบโต้ให้สอดคล้องกับวิถีทางแบบเยสุอิต และแบบนักบุญอิกญาซีโอ แม้ว่าจะอยู่ในสถานะการณ์ที่คาดไม่ถึงเลยก็ตาม” [คุณพ่อเปโดรฺ อารูเป]

 

ขอให้เราซื่อสัตย์ต่อวิถีทางของพระคริสตเจ้ายิ่งมากขึ้นเสมอ วิถีทางนั้นซึ่งนักบุญอิกซาซีโอได้เป็นแบบอย่าง

"ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า โปรดสอนแนวทางของพระองค์แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อจะได้ประสานเข้ากับแนวทางของข้าพเจ้าทั้งหลายในโลกปัจจุบัน

ในการเลียนแบบท่านนักบุญอิกญาซีโอยิ่งมากขึ้น คือ การเป็นเพื่อนร่วมงานของพระเยซูเจ้า และสานต่องานแห่งการไถ่กู้ของพระองค์"

[คุณพ่อเปโดรฺ อารูเป]

News Update

คณะแห่งพระเยซูเจ้า

คณะแห่งพระเยซูเจ้าก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1540 โดยนักบุญอิกญาซีโอ แห่งโลโยลา ร่วมด้วยสหายของท่าน พันธกิจของคณะเยสุอิตคือ พันธกิจแห่งความยุติธรรมและการปองดองซึ่งกันและกัน เพื่อให้พี่น้องชายหญิงได้คืนดีกับพระเจ้า กับตนเอง กับผู้อื่น และกับสิ่งสร้างของพระเจ้า

Subscribe
to Our Newsletter

We are pleased to share the news with you!
(สามารถติดตามข่าวสารคณะเยสุอิตในประเทศไทย
โดยกรอกอีเมลของท่านและกดปุ่ม Subscribe)